ธรรมาภิบาลในความหมายของภาครัฐ เอกชน และประชาชน : กรณีโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนถ่านหิน "หินกรูด"

Articlewith161 Reads
Source: OAI
Abstract
วิทยานิพนธ์ (ร.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545 วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความเป็นมาของแนวคิดธรรมาภิบาลในสังคมไทย ในมุมมองของภาครัฐ เอกชน และประชาชนต่อกรณีโรงไฟฟ้าพลังความร้อนถ่านหิน "หินกรูด" โดยประยุกต์แนวคิดธรรมาภิบาลในการอธิบายปรากฏการณ์ความขัดแย้งของกรณีดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อพัฒนาแบบจำลองเชิงปฏิบัติการ และข้อเสนอแนะเชิงทฤษฎีสำหรับแนวคิดธรรมาภิบาลในสังคมไทย โดยผู้วิจัยใช้องค์ประกอบธรรมาภิบาล 8 ประการที่ได้จากการทบทวนวรรณกรรม ซึ่งประกอบด้วยหลักนิติธรรม ความรับผิดชอบ ความโปร่งใส การตรวจสอบได้ ความคุ้มค่า การมีส่วนร่วม ความเสมอภาค และฉันทานุมัติมาเป็นกรอบในการวิจัย โดยวิเคราะห์ผ่านบทบาทของภาครัฐ เอกชน และประชาชน ผลของการวิจัยที่ได้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (key informant) ซึ่งเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงการโรงไฟฟ้า "หินกรูด" วิเคราะห์ได้ว่า หลักนิติธรรมคือศูนย์กลางของหลักต่างๆ ในการสร้างธรรมาภิบาลในมุมมองของภาครัฐ จะเห็นได้ว่าในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหินกรูดนี้ ประเด็นในการอ้างอิงและชี้แจงของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะเน้นในเรื่องของสัญญาที่ผูกพันกับคู่สัญญา และการดำเนินการโครงการที่ชอบธรรมตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญเดิม ในส่วนของภาคเอกชน หลักธรรมาภิบาลที่ภาคเอกชนยึดถือและให้ความสำคัญเป็นพิเศษมากกว่าหลักอื่นๆ คือหลักนิติธรรมและหลักความคุ้มค่า ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในขณะที่หลักการมีส่วนร่วมคือหัวใจของภาคประชาชนในการที่จะสร้างธรรมาภิบาล ภาคประชาชนเห็นว่าประชาชนควรได้รับโอกาสการมี ส่วนร่วมในการตัดสินใจทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนของการกำหนดนโยบาย การพิจารณา ตลอดจน ขั้นตอนของดำเนินการโครงการ จากแบบจำลองที่ได้จากการวิเคราะห์ปรากฏการณ์กรณี หินกรูด ในทัศนะของภาคประชาชนแล้วหลักอื่นๆ ที่เป็นองค์ประกอบของการสร้างธรรมาภิบาล เป็นแค่ส่วนประกอบที่อยู่รายรอบหลักการมีส่วนร่วมเท่านั้น The objectives of this dissertation are: to study the evolution of the concept of governance in Thailand from the perspectives of government, private sector and civil society through the case of "Hin Krut" coal-fired power plant project; utilize governance as a concept to highlight the "Hin Krut" project; and to develop operational models and theoretical suggestions for the concept of governance in Thailand. The researcher applies governance's eight components, which were integrated from existing body of knowledge on governance. The eight components of governance framework are rule of law, responsibility, transparency, accountability, efficiency and effectiveness, participation, equity and inclusiveness, and consensus oriented. The research results indicate that "rule of law" is the most important component from the perspectives of government actors. From the perspectives of the private sector both "rule of law" and "efficiency and effectiveness" are the priorities. On the other hand, the civil society considers "participation" as the heart of governance. The main lesson learnt from this case indicates that it is crucial that the civil society should have a channel to participate in every process of project formulation and implementation.
This research doesn't cite any other publications.
Article
July 2017
    http://print.thefinancialexpress-bd.com/2017/07/28/179019
    Article
    July 2014
      This paper encapsulates the outputs of a Swiss Agency for Development Cooperation (SDC) funded project that aimed to improve the levels of HIV governance at the district level in Malawi and Zambia by encouraging public participation in an effort to more effective use of local resources. The methodology for this project, developed by the Institute for Democracy in Africa (Idasa) and SDC,... [Show full abstract]
      Discover more